ไอกรนในเด็ก เรื่องไม่เล็กที่ควรระวัง

โรคไอกรน เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกวัย
แต่จะมีความรุนแรงหากเกิดในวัยเด็ก และค่อนข้างอันตรายอีกทั้งยังมีอาการคล้ายกับโรคหวัดทั่วไป
ทำให้พ่อแม่หลายรายที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจไม่ทันได้ระวังภาวะของโรคดังกล่าวไอกรน
เป็นโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ชื่อว่า
Bordetella pertussis(B.pertussis)เป็นโรคที่ปัจจุบันพบน้อยเพราะมีวัคซีนป้องกันโรค
ทำให้ผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวมีจำนวนไม่มากนักนอกจากนี้ อาการของโรคไอกรน
หากเกิดในผู้ใหญ่มักไม่มีความรุนแรง สามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ
ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ ไม่มีไข้ มีเพียงอาการไอเท่านั้น
แต่ถ้าหากเกิดกับเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 ขวบ จะเป็นเรื่องที่น่าห่วงเพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
โดยที่พบบ่อยในผู้ป่วยเด็ก คือไอหนักจนตัวเขียวหรือไอจนหยุดหายใจ ทำให้สมองขาดออกซิเจน
และอาจเสียชีวิตได้ ส่วนอาการชักสามารถพบได้เช่นกันแต่พบไม่บ่อยนัก กระนั้นก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตอยู่ดี
เพราะการวินิจฉัยโรคไอกรนโดยมาตรฐานต้องอาศัยวิธีการเพาะเชื้อ แต่การเพาะเชื้อนั้นทำได้ยาก จึงทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก
อีกหนึ่งวิธีคือการตรวจสารพันธุกรรมด้วยเทคนิค PCRของตัวเชื้อ ซึ่งสามารถทำได้ในโรงพยาบาลใหญ่ๆบางโรงพยาบาลเท่านั้น
ส่วนการรักษาโรคไอกรนเบื้องต้น คือการให้ยาปฏิชีวนะ
โดยยารักษาจะได้ผลดีเมื่อให้ผู้ป่วยในช่วง 2-3 วันแรกที่มีอาการ
หากผู้ป่วยได้รับยาหลังจากนั้น การรักษาอาจไม่เป็นผลดีนักดังนั้นควรรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเมื่อมีอาการเริ่มต้น
ขณะเดียวกันการป้องกันโรคไอกรน คือการฉีดวัคซีนกลุ่มแรกเป็นการให้วัคซีนในเด็กทารกแรกเกิด
โดยปกติแล้ววัคซีนไอกรนจะบรรจุรวมอยู่ในวัคซีนเข็มรวมป้องกัน
ทั้งหมด 3 โรค ได้แก่ ไอกรน คอตีบ และบาดทะยัก
สำหรับวัคซีนไอกรน มี 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่มีสเต็มเซลล์
และชนิดไร้เซลล์ โดยวัคซีนที่ถูกบรรจุรวมอยู่ในวัคซีนไอกรนคอตีบ และบาดทะยัก จะเป็นชนิดที่มีสเต็มเซลล์
ให้ผลลัพธ์ดีเทียบเท่ากับชนิดไร้เซลล์กระนั้นด็มักมีผลข้างเคียงมากกว่าชนิดไร้เซลล์ ได้แก่
ปวดบวมบริเวณที่ฉีดหรือมีไข้
สำหรับวัคซีนชนิดไร้เซลล์จะถูกรวมอยู่ในเข็มเดียวกันกับวัคซีนป้องกันโรคอื่นด้วยเช่นกัน
บางยี่ห้อนำไปรวมกับวัคซีนป้องกันตับอักเสบ บี
บางยี่ห้อรวมกับวัคซีนป้องกันโปลิโอชนิดฉีด
หรือบางยี่ห้อรวมกับวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ เป็นต้น
ซึ่งการให้วัคซีนในวัยเด็ก เข็มแรกจะให้ตอนอายุ 2 เดือน
เข็มที่สองให้ตอนอายุ 4 เดือน เข็มที่สามให้ตอนอายุ 6 เดือน
เข็มที่สี่ให้ตอนอายุ 1 ปี 6 เดือน และเข็มที่ห้าให้ตอนอายุ 4-6 ปี
หลังจากนั้นจะให้วัคซีนอีกครั้งตอนอายุ 10-12 ปี
แต่ถ้าหากเด็กคนไหนไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคไอกรนช่วง10-12 ปี อาจรับช่วงวัยรุ่นอายุ 15-16 ปี
และหลังจากนั้นควรได้รับวัคซีนกระตุ้นทุก 10 ปีเพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคไอกรนที่ถือเป็นศัตรูตัวร้ายของบรรดาลูกน้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *