โรงเรียนทางเลือกเขาเรียนอะไรกันนะ! ตอนจบ

หลังจากที่คุณแม่ได้ทราบแนวการสอนของโรงเรียนทางเลือกในตอนที่ 1 และ 2 ไปแล้ว
และโรงเรียนทางเลือกก็เริ่มมีมากขึ้นในประเทศไทย
ซึ่งการจัดตั้งโรงเรียนทางเลือกจะดำเนินการภายใต้หลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ และต้องจัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
โดยกระทรวงศึกษาธิการกำหนดรูปแบบโรงเรียนทางเลือกไว้ 5 รูปแบบ ดังนี้
1. โรงเรียนในกำกับของรัฐที่เน้นความเป็นอิสระคล่องตัว
มีระเบียบกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติเป็นการเฉพาะ
และประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
2. โรงเรียนวิถีพุทธ
ที่นำหลักพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการบริหารและพัฒนาผู้เรียน
3. โรงเรียนสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
ใช้หลักการให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับการวัดแววว่ามีความสามารถพิเศษด้านใดบ้าง
จากการสังเกตของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู
4. โรงเรียนสองภาษา เป็นโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียน
5. โรงเรียนต้นแบบการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เป็นโรงเรียนที่อาศัยสื่ออิเลคทรอนิกส์ โทรคมนาคมและเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นหลัก
โดยผู้เรียนจะเรียนที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียนจริง
เรียกได้ว่า แนวทางการสอนของโรงเรียนทางเลือก
เป็นการเตรียมพร้อมพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของลูก
รวมถึงการเตรียมสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้อย่างเต็มที่และมีความสุข
ตัวอย่างโรงเรียนทางเลือกในประเทศไทย ได้แก่
– แนวการสอนแบบมอนเตสเซอรี่ (Montessori) เช่น โรงเรียนมอนเตสซอรี่นานาชาติ
จ.เชียงราย, โรงเรียนอนุบาลยุวมิตร จ.กรุงเทพฯ
– แนวการสอนแบบโครงการ (Project Approach) เช่น โรงเรียนอนุบาลธีรานุรักษ์
– แนวการสอนแบบวอลดอร์ฟ (Waldorf) เช่น โรงเรียนวรรณสว่างจิต,
โรงเรียนปัญโญทัย
– แนวการสอนแบบพหุปัญญา (Multiple Intelligence) เช่น โรงเรียนวนิษา จ.ปทุมธานี
– แนวการสอนแบบนีโอ-ฮิวแมนนิสต์ (Neo-Humanist Education) เช่น
โรงเรียนอมาตยกุล
– แนวการสอนแบบเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) เช่น โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์
– แนวคิดการสอนแบบ ไฮสโคป (High Scope) เช่น โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ
มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
– การสอนแบบภาษาธรรมชาติ (Whole Language Approach) เช่น โรงเรียนทอรัก
จ.สมุทรปราการ
ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนการสอนนี้อาจสูงกว่าระบบปกติบ้าง
โดยในระดับราคาที่เป็นมิตรกับผู้ปกครอง จะอยู่ระหว่าง 25,000 – 50,000 บาท/ปี เช่น
โรงเรียนอนุบาลยุวมิตร กรุงเทพฯ, โรงเรียนอมาตยกุล,
โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยเพลิน, โรงเรียนอนุบาลวรพิม, โรงเรียนอนุบาลอมรรัตน์
ในขณะที่ระดับราคาค่าเทอมของโรงเรียนทางเลือกที่อยู่ในระดับราคาสูง จะอยู่ระหว่าง
100,000 – 140,000 บาท/ปี ตัวอย่างเช่น โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่, โรงเรียนทอสี,
โรงเรียนจิตตเมตต์, โรงเรียนเพลินพัฒนา, โรงเรียนอนุบาลกรแก้ว เป็นต้น
ดังนั้น ไม่ว่าพ่อแม่จะตั้งใจให้ลูกเข้าโรงเรียนในรูปแบบใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือ
การศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโรงเรียนนั้นๆ อย่างดีที่สุด คำนึงถึงการเดินทางของเด็ก
ราคาค่าเทอมที่เหมาะสม การสนับสนุนที่เป็นไปได้ของครอบครัว
ความพร้อมและความสนใจของเจ้าตัวเล็ก
บวกกับการเตรียมความพร้อมในการเลือกโรงเรียนตั้งแต่เนิ่นๆ ของคุณพ่อคุณแม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *