อาการท้องแข็ง…อาการที่คุณแม่ทั้งหลายกังวล

ก่อนอื่นเรามาดูกันว่า ท้องแข็งที่คุณแม่เป็นนั้น คือท้องแข็งแบบใดกันแน่?
แบบไหนลูกโก่งตัว? แบบไหนมดลูกบีบ? แบบไหนใกล้คลอด?
การแยกประเภทท้องแข็งแบบต่างๆ
ท้องแข็งเพราะลูกโก่งตัว
อาการท้องแข็งแบบแรกที่เจอกันบ่อยๆ นั่นก็คือท้องแข็งเพราะลูกโก่งตัว
โดยแม่ท้องจะรู้สึกว่ามีอาการท้องแข็งแบบแข็งบางที่ นิ่มบางที่ ท้องแข็งแบบนี้
เกิดจากเด็กในท้องดิ้น หรือโก่งตัว โดยอวัยวะของลูกในท้องอย่างเช่น ศอก ไหล่
เข่า หัว หรือก้น จะนูนตรงนั้นตรงนี้ไปทั่ว แล้วก็จะรู้สึกลูกด้นเป็นจุดเล็กจุดน้อย
ด้านนั้นก็จะเป็นส่วนของมือ ส่วนของเท้า อาการท้องแข็งแบบนี้ไม่มีอันตรายอะไร
คุณแม่ท้องไม่ต้องกังวลนะคะ
ท้องแข็งเพราะกินอิ่ม
สำหรับแม่ท้องบางคน โดยเฉพาะคุณแม่ท้องแก่
อาจจะมีอาการท้องแข็งหลังกินข้าว กินอะไรเข้าไปก็รู้สึกแน่นไปหมด
บางครั้งก็แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ต้องนั่งสักพัก ยืดตัวยาวๆ สักพักอาการก็จะดีขึ้นเอง
อาการท้องแข็งแบบนี้เกิดจากการที่ความจุของช่องท้องมีพื้นที่จำกัด
มดลูกที่โตขึ้นตามอายุครรภ์ไปเบียดแย่งที่กับอวัยวะอื่นๆ ในช่องท้อง กระเพาะปัสสาวะถูกเบียด
กระเพาะอาหารลำไส้ก็ถูกเบียดขึ้นไปจนติดอยู่ใต้กระบังลม พอกินอะไรเข้าไปก็จะรู้สึกแน่นไปหมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่ตัวเล็กก็จะมีอาการแบบนี้ง่ายเป็นพิเศษ
อาการท้องแข็งแบบนี้ไม่ได้มีส่วนทำให้เกิดอาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด
โดยมากจะเป็นความรู้สึกท้องแข็งแน่นท้องมากกว่า คำแนะนำที่ช่วยลดอาการนี้
คือ ควรกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ รับประทานครั้งละน้อยๆ
หลังทานแล้วก็ต้องนั่งให้เรอออกมาก่อน พยายามอย่าให้ท้องผูก
และควรขับถ่ายเป็นประจำทุกวัน ก็จะแน่นท้องน้อยลง
ท้องแข็งเพราะมดลูกบีบตัว
อาการท้องแข็งแบบนี้ มดลูกในท้องของคุณแม่จะมีอาการแข็งทั้งหมด
ไม่แข็งเป็นบางจุดเหมือนอาการท้องแข็งเพราะเด็กโก่งตัวและจะมีอาการปวดท้องเหมือนปวดประจำเดือน
อาการท้องแข็งแบบนี้นี่แหละที่มักมีปัญหา โดยอาการท้องแข็งเพราะมดลูกบีบตัวนั้น สามารถแยกย่อยได้อีก ดังนี้
ท้องแข็งของแท้ ปกติแล้ว มักจะไม่ค่อยเกิดขึ้นช่วงก่อน 28 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ช่วงที่พบว่ามีอาการท้องแข็ง
มดลูกบีบตัวก่อนกำหนดบ่อยที่สุด ก็คือช่วงอายุครรภ์ 32 สัปดาห์
ซึ่งก็เป็นช่วงที่ลูกในท้องดิ้นมากที่สุด การที่ลูกดิ้นมากๆ
ก็อาจมีส่วนไปกระตุ้นทำให้มดลูกบีบตัวบ่อยขึ้นได้ด้วยเหมือนกัน
และถ้าผ่านช่วง 32-34 สัปดาห์นี้ไปแล้ว อาการท้องแข็งก็จะน้อยลง
คุณแม่ท้องบางคน พอถึงเวลาครบกำหนดคลอด แต่กลับไม่มีอาการเจ็บท้องคลอด
จนบางทีเลยกำหนดไปเลยก็มี แต่หากแม่ท้องมีอาการท้องแข็งบ่อย และถี่ขึ้น ไม่ได้แข็งเป็นบางจุด
และบางทีรู้สึกแข็งมาก หรือแข็งจนรู้สึกแน่นหายใจไม่ออก และอาการไม่ดีขึ้น
ควรจะรีบไปพบคุณหมอให้เร็วที่สุด เพราะหากท้องแข็งแล้วไม่ได้รับการดูแลรักษา
มดลูกจะบีบตัวจนปากมดลูกเปิด ตามมาด้วยการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดได้
ท้องแข็งตามธรรมชาติ
แม่ท้องบางคนอาจมีอาการท้องแข็งที่เกิดจากมดลูกบีบตัวได้ เป็นการแข็งตัวนิดๆ
หน่อยๆ ที่เกิดขึ้นได้เองเป็นธรรมชาติ แบบนี้ไม่เป็นอันตราย
ท้องแข็งจากสาเหตุอื่นๆ โดยอาจเกิดจากคุณแม่ไม่แข็งแรง สุขภาพไม่ดี
อาจเป็นเบาหวาน ความดันสูงหรือมดลูกไม่แข็งแรง มดลูกมีโครงสร้างไม่ปกติ
มีเนื้องอกของมดลูก หรือเกิดจากครรภ์แฝด เด็กตัวใหญ่ น้ำคร่ำมาก หรือ
แม้แต่มีตกขาว มีการอักเสบของปากมดลูก
ถ้าหากเกิดอาการท้องแข็ง ทำอย่างไรดีนะ?
วันนี้เรามีวิธีป้องกันและปฏิบัติตนมาฝากด้วยค่ะ
1.ต้องไม่กลั้นปัสสาวะ
2.ไม่บิดขี้เกียจ
3.งดการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์
4.ไม่ควรสัมผัสกับอวัยวะที่ไวต่อการกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวบ่อยๆ เช่น
บริเวณหน้าอก ระหว่างอาบน้ำก็ไม่ควรไปถู
ไปจับบริเวณหัวนมจนเกินความจำเป็น หากหัวนมแข็งชันขึ้นมาเมื่อไหร่ มดลูกก็อาจจะบีบตัวตามมาได้
อย่างไรก็ตาม คุณแม่ท้องควรสังเกตอาการผิดปกติต่างๆ อยู่เสมอ หากรู้สึกว่าท้องแข็งมากและแข็งถี่มากกว่าปกติ
ควรจะรีบไปพบคุณหมอเพื่อความปลอดภัยโดยเร็วที่สุดค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *